แอร์ไม่เย็นในห้องเช่า ใครต้องซ่อม
โดยหลัก ผู้ให้เช่าต้องซ่อมแอร์ที่ชำรุดระหว่างสัญญาเช่า ส่วนผู้เช่าดูแลการบำรุงรักษาตามปกติและซ่อมเล็กน้อย เช่น ล้างแผ่นกรอง ถ้าสัญญาเช่าเขียนไว้เป็นอย่างอื่น ให้ดูข้อสัญญาประกอบด้วย
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 550 กำหนดว่า ผู้ให้เช่าต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องที่เกิดระหว่างเช่า และต้องซ่อมแซมสิ่งที่จำเป็น ยกเว้นการซ่อมที่กฎหมายหรือจารีตประเพณีให้ผู้เช่าทำเอง สัญญาที่ให้ผู้เช่า "บำรุงรักษา" ทรัพย์สินก็ไม่ได้แปลว่าผู้เช่าต้องซ่อมทุกกรณี ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1471/2548
ในทางปฏิบัติมี 3 เรื่องที่ควรทำทันที
แจ้งเจ้าของห้องเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนจ้างช่างเอง
ถ่ายภาพหรือวิดีโออาการและป้ายยี่ห้อรุ่นของแอร์ไว้เป็นหลักฐาน
เก็บใบเสนอราคาและใบเสร็จทุกใบ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย อัปเดตล่าสุด 27 ต.ค. 2569
สาเหตุที่แอร์ไม่เย็น และเช็กเบื้องต้นก่อนแจ้งซ่อม
แอร์ไม่เย็นส่วนใหญ่มาจาก 5 สาเหตุ และผู้เช่าทำเองได้จริงเพียงเรื่องแผ่นกรองกับการตั้งค่า ตัวที่เหลือควรให้ช่างตรวจ
อาการที่เห็น | สาเหตุที่พบบ่อย | ผู้เช่าเช็กเองได้ไหม |
ลมออกอ่อน เย็นไม่ทั่วห้อง | แผ่นกรองอากาศอุดตันด้วยฝุ่น | ได้ ถอดล้างด้วยน้ำสะอาด ตากให้แห้งก่อนใส่คืน ควรทำอย่างน้อยเดือนละครั้ง |
เป่าลมแต่ไม่เย็น ท่อทองแดงมีน้ำแข็งเกาะ หรือมีน้ำหยดรอบเครื่อง | น้ำยาแอร์หมดหรือรั่ว | ไม่ได้ ต้องให้ช่างวัดความดันและหาจุดรั่ว |
ห้องไม่เย็นทั้งที่แอร์ทำงาน | คอยล์ร้อนนอกอาคารสกปรกหรือครีบบิดงอ | ไม่ควรขึ้นไปทำเอง โดยเฉพาะคอนโด ให้แจ้งเจ้าของห้องหรือนิติบุคคล ช่างล้างละเอียดปีละ 1-2 ครั้ง |
เสียงดังผิดปกติ ทำงานติดๆ ดับๆ | คอมเพรสเซอร์หรือคาปาซิเตอร์มีปัญหา | ไม่ได้ เกี่ยวกับระบบไฟฟ้า ควรให้ช่างตรวจ |
เย็นสลับอุ่น หยุดก่อนถึงอุณหภูมิที่ตั้ง | เซ็นเซอร์อุณหภูมิผิดปกติ | เช็กได้เพียงว่าเซ็นเซอร์ไม่ถูกแดดหรือแหล่งความร้อน ที่เหลือให้ช่างตรวจ |
ก่อนแจ้งซ่อม ควรตรวจ 3 อย่างที่เป็นเรื่องการใช้งานทั่วไป คือ ตั้งโหมดเป็นโหมดทำความเย็น ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท และดูว่ารีโมตมีถ่านพอ ถ้าทำแล้วยังไม่เย็น ให้เก็บภาพอาการไว้แล้วแจ้งเจ้าของห้อง
ตารางนี้ระบุสาเหตุและสิ่งที่ผู้เช่าทำเองได้เท่านั้น ใครรับผิดชอบค่าซ่อมอยู่ในหัวข้อถัดไป

ใครต้องซ่อม: แยกตามกรณี
แอร์ที่เสื่อมหรือชำรุดเองระหว่างเช่าเป็นหน้าที่ผู้ให้เช่า ส่วนค่าบำรุงรักษาปกติเป็นของผู้เช่า ตารางนี้สรุปหลักทั่วไปและที่มาของแต่ละกรณี สัญญาเช่าของแต่ละห้องอาจกำหนดต่างออกไป
กรณี | โดยทั่วไปใครรับผิดชอบ | ที่มา |
แอร์ชำรุดหรือเสื่อมระหว่างเช่า เช่น น้ำยารั่ว คอมเพรสเซอร์เสีย | ผู้ให้เช่า | ม.550 และฎีกา 1471/2548 |
แอร์เสียตั้งแต่วันที่เข้าอยู่ | ผู้ให้เช่า เพราะต้องส่งมอบทรัพย์สินในสภาพซ่อมแซมดีแล้ว | ม.546 |
ล้างแผ่นกรอง บำรุงรักษาตามปกติ ซ่อมเล็กน้อย | ผู้เช่า | ม.547 และ ม.553 ตามที่ฎีกา 1471/2548 อ้างถึง |
ผู้เช่าจ่ายค่าซ่อมที่จำเป็นและสมควรไปก่อน | เรียกคืนจากผู้ให้เช่าได้ ยกเว้นค่าบำรุงรักษาปกติและซ่อมเล็กน้อย | ม.547 |
ความเสียหายจากการใช้งานผิดวิธี | ผู้เช่าอาจต้องรับผิด ขึ้นกับข้อเท็จจริงและสัญญา | ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ |
แอร์ที่ผู้เช่าซื้อและติดตั้งเอง | ผู้เช่า | เป็นทรัพย์สินของผู้เช่า |
สัญญาเขียนให้ผู้เช่าดูแลแอร์ | ทำตามที่สัญญาระบุ แต่ "บำรุงรักษา" ไม่ใช่การซ่อมใหญ่ทุกกรณี | ฎีกา 1471/2548 |
สิ่งที่ควรระวังคือผู้เช่าจ่ายค่าซ่อมไปก่อนโดยไม่แจ้ง เพราะผู้ให้เช่าอาจโต้แย้งว่าค่าใช้จ่ายไม่จำเป็นหรือเป็นเพียงการบำรุงรักษาปกติ ศาลฎีกาเคยตัดสินกรณีผู้เช่าซ่อมเพื่อประโยชน์ของตนเอง ว่าไม่มีสิทธิเรียกค่าซ่อมคืน (ฎีกา 827/2557 ตามที่หน้า ม.547 อ้าง) จึงควรได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน
ขั้นตอนขอซ่อมแอร์ในห้องเช่า
ขอซ่อมได้ใน 6 ขั้นตอน โดยหัวใจคือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรและเก็บหลักฐานทุกอย่าง
ตรวจเบื้องต้นและเก็บหลักฐาน ถ่ายวิดีโออาการ ถ่ายป้ายยี่ห้อและรุ่นของแอร์ จดวันที่เริ่มเสีย และทำความสะอาดแผ่นกรองก่อนเพื่อตัดสาเหตุง่ายๆ ออก
เปิดสัญญาเช่าและรายการทรัพย์สิน ดูว่าสัญญาระบุเรื่องแอร์ไว้อย่างไร ใครต้องล้างแอร์ และมีช่องทางแจ้งซ่อมหรือไม่
แจ้งเจ้าของห้องหรือนิติบุคคลเป็นลายลักษณ์อักษร ใช้ LINE หรืออีเมล ระบุอาการ วันที่เริ่มเสีย และแนบภาพ ข้อความตัวอย่างอยู่ในหัวข้อถัดไป
รอช่างที่ผู้ให้เช่าส่งหรืออนุมัติ ถ้าต้องจ้างช่างเอง ขอความยินยอมและราคาเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน เก็บใบเสนอราคาและใบเสร็จ
ติดตามผลและบันทึกการติดต่อ ถ้าเงียบเกินเวลาที่ขอ ส่งข้อความเตือน และระบุความเร่งด่วนถ้ามีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยในห้อง
เก็บเอกสารปิดงาน รายงานของช่าง ภาพก่อนและหลังซ่อม และรับประกันงานซ่อม แล้วอัปเดตรายการสภาพห้อง เพื่อใช้ประกอบตอนขอคืนเงินมัดจำ
เช็กแอร์ก่อนเซ็นสัญญา ป้องกันปัญหาภายหลัง
เช็กแอร์ทุกเครื่องก่อนเซ็นสัญญาและบันทึกสภาพไว้ในรายการทรัพย์สิน เป็นวิธีที่ป้องกันข้อโต้แย้งได้ดีที่สุด เพราะหากแอร์เสียตั้งแต่วันส่งมอบ ผู้ให้เช่าต้องส่งมอบในสภาพซ่อมแซมดีแล้ว (ม.546)
เปิดแอร์ทุกเครื่องอย่างน้อย 15-20 นาที ดูว่าห้องเย็นลงจริง
ฟังเสียงตัวเครื่องและคอมเพรสเซอร์ ว่าไม่มีเสียงผิดปกติ
ดูว่าไม่มีน้ำหยดจากตัวเครื่อง และท่อไม่มีน้ำแข็งเกาะ
ถ่ายภาพป้ายยี่ห้อ รุ่น และปีที่ติดตั้ง (ถ้ามี)
ถามวันที่ล้างแอร์ครั้งล่าสุด
ระบุในสัญญาว่าใครล้างแอร์ ปีละกี่ครั้ง และใครออกค่าซ่อมใหญ่
ระบุระยะเวลาที่เจ้าของห้องต้องตอบหลังแจ้งซ่อม
บันทึกสภาพแอร์ลงรายการทรัพย์สินแนบสัญญา แล้วให้ทั้งสองฝ่ายลงชื่อ
คำถามที่พบบ่อย
แอร์ไม่เย็นในห้องเช่า ใครต้องซ่อม
โดยทั่วไปผู้ให้เช่าต้องซ่อมแอร์ที่ชำรุดหรือเสื่อมระหว่างสัญญา ส่วนผู้เช่าดูแลการบำรุงรักษาปกติและซ่อมเล็กน้อย ให้ดูข้อสัญญาของห้องประกอบด้วย
ผู้เช่าต้องล้างแอร์เองไหม
ขึ้นกับสัญญา การล้างแผ่นกรองเป็นการบำรุงรักษาปกติที่ผู้เช่าทำได้เอง ส่วนการล้างใหญ่ให้ทำตามที่สัญญาระบุ ถ้าไม่ได้ระบุ ควรตกลงกับเจ้าของห้องเป็นลายลักษณ์อักษร
จ้างช่างเองแล้วเรียกเงินคืนจากเจ้าของห้องได้ไหม
ได้ในกรณีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสมควรเพื่อรักษาทรัพย์สิน แต่ไม่รวมค่าบำรุงรักษาปกติและซ่อมเล็กน้อย (ม.547) ควรแจ้งและขอความยินยอมก่อน และเก็บใบเสร็จไว้
แอร์ไม่เย็นเพราะน้ำยารั่ว ใครจ่าย
โดยทั่วไปเป็นหน้าที่ผู้ให้เช่า เพราะเป็นความชำรุดของตัวเครื่อง ยกเว้นความเสียหายเกิดจากผู้เช่าใช้ผิดวิธี ควรให้ช่างระบุสาเหตุในใบรายงาน
เจ้าของห้องไม่ยอมซ่อม ต้องทำอย่างไร
ส่งข้อความหรือหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมกำหนดเวลา เก็บหลักฐานทั้งหมด และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายก่อนดำเนินการต่อ
สัญญาเช่าไม่ได้เขียนเรื่องแอร์ไว้ จะใช้อะไรเป็นหลัก
ใช้หลักของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตามตารางด้านบน และคุยกับเจ้าของห้องให้ชัดเจน พร้อมบันทึกข้อตกลงใหม่เป็นลายลักษณ์อักษร



